จากกรณีที่เหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ 27 ธ.ค. 53 บนทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ บริเวณใกล้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นอุบัติเหตุรถเก๋งพุ่งมาชนรถตู้ชนจนกระเด็นไปปะทะขอบทางอย่างแรง ทำให้ร่างผู้โดยสารกระเด็นออกจากรถ มีผู้เสียชีวิต 9 คน และบาดเจ็บอีก 5 คน โดยส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และคนขับรถเก๋งชื่อ “แพรวา” ตามที่ปรกฏเป็นข่าวดังก่อนหน้านี้

 

ล่าสุดเกิดกระแสในโลกโซเชียลมีเดียได้ปลุกแฮชแท็ก #แพรวา9ศพ กลับมาติดเทรนด์อันดับต้น ๆ ของประเทศอีกครั้ง ท่ามกลางคำถามของสังคมถึงความคืบหน้าในกรณีนี้ โดยเหตุการณ์มาเกือบจะครบ 9 ปีเต็มแล้ว แต่ดูเเหยื่อที่ได้รับผลกระทบจะยังไม่ได้รับความยุติธรรม

ล่าสุด  นางทองพูน พานทอง อายุ 65 ปี แม่ของคนขับรถตู้คันที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า กว่าระยะเวลา 8 ปี 6 เดือนที่ผ่านมา ที่ครอบครัวผู้สูญเสียกว่า 9 ชีวิตที่มีการต่อสู้ตามกระบวนกฎหมายในชั้นศาล จนกระทั่งถึงวันที่ศาลตัดสินเมื่อเดือน พ.ค.62 ที่ผ่านมาที่มีคำพิพากษาศาลว่า รถเก๋งมีความผิด ครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 9 คน รู้สึกได้รับความเป็นธรรมทางกฎหมาย แต่รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมทางจิตใจ เพราะตลอดเวลาเกือบ 9 ปีที่ผ่านมา ครอบครัวไม่ได้รับการเยียวยาใด ๆ และไม่ได้รับการปฏิบัติในฐานะผู้สูญเสีย จนหลายครั้งทำให้รู้สึกถอดใจและท้อใจอยู่บ่อยครั้ง

โดยที่ผ่านมาของการต่อสู้คดี หากไม่มีการสืบจำเลย ก็จะไม่ได้เจอแพรวา สาวคนขับรถเก๋งเลย ส่วนใหญ่มีเพียงทนายความเท่านั้น ซึ่งภายหลัง 2 ปีหลังเกิดเหตุ ช่วงที่มีการขึ้นไกล่เกลี่ยกันในชั้นศาล ปรากฎว่าสาวคนขับรถเก๋งนำพวงมาลัยจำนวน 9 พวง มาไหว้ขอโทษฝ่ายครอบครัวของผู้เสียหาย แต่กลับไม่ได้รับการเอ่ยคำ “ขอโทษ” แต่อย่างใด จึงรู้สึกว่าไม่ได้รับการปฏิบัติ ดูแลเยียวยาจิตใจทำให้พลังใจลดน้อยลง อีกทั้งแสดงท่าทางที่ไม่ดีนัก ไม่เคยพูดคุยใด ๆ กับผู้เสียหายเลย ทั้งยังปลุกให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตรายอื่นฟ้องตนด้วย นอกจากนี้ฝ่ายทนายคนขับรถเก๋งยังเคยพูดกับผู้เสียหายบนชั้นศาลว่า “พวกมึงอยากได้เงินกู พวกมึงก็ต้องออกแรง” ทำให้ตนรู้สึกเสียใจ และเสียพลังการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม

ทั้งนี้ ภายหลังจากคำพิพากษาศาลออกมาแล้วว่าคนขับรถเก๋งคือคนผิด แต่กลับไม่ออกมารับผิดชอบ แม้ว่าจะบอกในชั้นศาลว่าพร้อมจ่ายเงินชดเชยทุกเวลา แต่กลับเมินเฉยไม่ออกมาแสดงความรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งตนไม่ต้องการคำขอโทษหรือขอขมาใด ๆ เพราะสายเกินไปแล้ว แต่ตนต้องการความรับผิดชอบและการเยียวยาจากคนผิด อยากให้หันหลังกลับมามองครอบครัว พ่อแม่คนเสียชีวิต 9 ศพจากเหตุการณ์เมื่อ 9 ปีที่แล้วบ้าง ไม่อยากให้นิ่งเฉย เหมือน 9 ชีวิตที่ตายไปไม่มีค่า และที่สำคัญอยากให้คนผิดได้สำนึกผิดกับสิ่งที่ทำ และเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียต่อไป

คลิ๊กชมคลิป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.